เข้าสู่ระบบ

10 Important Things to Teach a child by Age 10

วีดิโอนี้สอนวิธีการสื่อสารให้นักเรียนที่ดีวิธีหนึ่ง ที่ช่วยสร้าง CS ให้กับนักเรียนได้ ดูแล้วน่าจะสะท้อนการสื่อสารของตัวเองที่เราสื่อสารให้แก่นักเรียนได้ดีเลยครับ      

เกม รักไม่รัก

ประเภทของกิจกรรม:ละลายพฤติกรรม วัตถุประสงค์: ปลุกพลังนักเรียน (Energize) ก่อนเริ่มเรียน แบ่งกลุ่มนักเรียนตามที่นั่ง สร้างสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน-นักเรียน, ครู-นักเรียน จำนวนที่เล่นได้: ตั้งแต่ 6 คน – กี่คนก็ได้ อุปกรณ์ที่ใช้: ไม่มี สถานที่: ที่ไหนก็ได้ ระยะเวลา: 5-15 นาที วิธีการเล่น: กรณีพื้นที่โล่งกว้าง เช่น ห้องประชุม, สนามบอล ให้นักเรียนยืน/นั่ง ล้อมกันเป็นวงกลม โดยมี 1 คนที่ยืนอยู่กลางวง คนที่อยู่กลางวง เดินไปถามใครก็ได้ในวงว่า รัก…..ผม/หนู/พี่….. มั้ย? ถ้าคนที่ถูกถาม ตอบว่า “รัก” ให้คนที่อยู่ติดกับคนที่ถูกถามทั้งข้างซ้ายและข้างขวา วิ่งสลับที่กัน โดยคนที่อยู่กลางวงจะต้องพยายามวิ่งมาแทรกที่ของคนที่วิ่งสลับกันให้ได้ ก็จะมี 1 คนหลุดไปอยู่กลางวงแทน ถ้าคนที่ถูกถาม ตอบว่า”ไม่รัก” ให้คนที่อยู่กลางวงถามต่อว่า แล้ว….(ชื่อของคนที่ถูกถาม)….รักใคร? คนที่ถูกถามตอบว่า รักคนที่……………………… เช่น รัักคนที่ใส่นาฬิกา รักคนที่ใส่แว่น รักคนที่มีแฟนแล้ว รักคนที่เกิดวันจันทร์ รักผู้ชาย ฯลฯ ให้คนที่มีคุณสมบัติตามนั้นวิ่งสลับที่กันทั้งหมด คนที่อยู่กลางวงต้องพยายามวิ่งไปแทรกที่ให้ได้ ก็จะมี 1 คนหลุดไปอยู่กลางวงแทน เมื่อได้คนที่อยู่กลางวงคนใหม่ก็เข้าไปถามคนอื่น เล่นวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ กรณีเล่นในห้องเรียน ให้นักเรียนนั่งประจำโต๊ะของตนเอง เริ่มต้นที่ครูให้เดินไปถามนักเรียนว่า รักครูไหม นักเรียนก็จะตอบได้ว่า “รัก” หรือ “ไม่รัก” ก็ทำเช่นเดียวกับข้อ 3-5 ข้างบน โดยครูต้องพยายามแย่งที่นั่งของนักเรียนให้ได้ ก็จะมีนัักเรียนคนหนึ่งที่ไม่มีที่ ให้นักเรียนที่ไม่มีที่นั่งเดินไปถามเพืื่อนคนอื่นในห้องต่อ เล่นวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

Affirmative Checking

คุณครูหลายคนอาจเคยมีความรู้สึกว่า ถึงแม้เราจะ CFU ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าการ CFU นั้นจะเพียงพอ และอยากจะได้อะไรมาช่วยยืนยันผลการ CFU นั้นอีกที วันนี้เรามีอีกเทคนิคมานำเสนอ           Affirmative Checking หรือการตรวจสอบยืนยัน เป็นเครื่องมือชิ้นสุดท้ายในการสังเกตการณ์เพื่อ CFU รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนกระตือรือร้นมากขึ้น สามารถทำได้โดยการสอดแทรกเนื้อหาพิเศษเฉพาะลงในบทเรียน และกวดขันให้นักเรียนต้องสามารถผ่านเนื้อหานั้นไปได้อย่างเข้มงวด ซึ่งจะสามารถผ่านได้เมื่อนักเรียนทำงานได้ถูกต้อง ครบถ้วน และยั่งยืน ก่อนที่จะก้าวไปสู่เนื้อหาขั้นต่อไป           การสอดแทรกการตรวจสอบยืนยันนี้ทำได้ได้หลายวิธีทั้งในการทำกิจกรรมหรือในบทเรียน อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตที่ควรพิจารณาเพื่อจะมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้เทคนิคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังต่อไปนี้ จุดตรวจสอบ (Check point) ควรเป็นจุดที่สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว การตรวจสอบที่ไม่พร้อมกันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะในความเป็นจริงแล้วนักเรียนแต่ละคนจะทำงานเสร็จไม่พร้อมกัน คุณครูสามารถตรวจสอบงานของคนที่ทำเสร็จก่อนและให้เขาผ่านไปยังขั้นต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้นักเรียนเสร็จพร้อมกันทั้งหมด การตรวจสอบยืนยันนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือโดยชอบธรรมที่จะให้ “งานเสริม” ในกรณีที่ผู้เรียนรายใดไม่สามารถผ่านจุดตรวจสอบหรือผ่านในระดับที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ได้ คุณครูสามารถตรวจสอบได้เร็วขึ้นโดยรวมเอาการตรวจสอบยืนยันเข้ากับ Show me โดยให้ผู้เรียนชูงานที่ทำเสร็จแล้วขึ้นและครูเดินตรวจไป (คล้าย ๆ วิธีของอ.อุ๊) TIPs           การตรวจสอบยืนยันนักเรียน 30-40 คนในชั้นเรียนนั้นเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย ซึ่งแม้จะมีเทคนิคมากมายที่เข้ามาช่วยให้การตรวจสอบยืนยันนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมีนักเรียนหลายคนที่ต้องนั่งเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ในขณะรอรับการตรวจสอบระหว่างที่ครูตรวจสอบงานของคนอื่นอยู่ ซึ่งอาจทำให้พวกเขาเบื่อหรืออึดอัดได้           ดังนั้นเราจึงเสนอตัวช่วยให้กับคุณครู ซึ่งก็คือแรงงานของนักเรียนนั่นเอง เพราะการตรวจสอบยืนยันไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวของครูเองเสมอไป ตัวนักเรียนเองสามารถตรวจสอบยืนยันงานของตัวเองหรือแม้แต่ของเพื่อนคนอื่นเพื่อช่วยแบ่งแรงจากครูได้ ข้อควรระวัง นักเรียนที่จะมาช่วยเป็นผู้ตรวจสอบนั้นต้องมั่นใจว่าได้เกิดการเรียนรู้ขึ้นจริงก่อนที่เขาจะไปดำเนินการตรวจสอบผู้อื่น เมื่อให้นักเรียนเป็นผู้ช่วยตรวจสอบแล้ว คุณครูต้องมั่นใจว่านักเรียนจะได้ตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกับที่คุณครูตรวจสอบเอง และกรณีนี้อาจเกิดการที่คุณครูไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริงจากการแอบช่วยเหลือกันของนักเรียนได้           ซึ่งคุณครูจึงควรต้องมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้จริง ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

Show Me

        คุณครูหลายคนคงเคยต้องการที่จะหาวิธี CFU นักเรียนทั้งชั้นด้วยการถามคำถามเดียวกัน แต่จะทำอย่างไรถ้าคำถามนั้นเป็นคำถามปลายปิดที่มีคำตอบอยู่อย่างจำกัด ครั้นจะไล่ถามนักเรียนทีละคนก็คงจะตอบตาม ๆ กันไป วัดอะไรไม่ได้มาก ถ้าถามให้ตอบพร้อมกันก็คงไม่ได้คำตอบทั้งหมด วันนี้เรามีเทคนิคสำหรับการ CFU ที่สามารถถามคำถามนักเรียนทั้งชั้นพร้อมกันในคราวเดียวและแก้ปัญหาที่กล่าวมาได้มานำเสนอ เทคนิคนี้เรียกว่า Show me ซึ่งสามารถทำได้ 2 รูปแบบคือ hand signals และ slates 1. Hand signals คือการแสดงคำตอบของตนเองโดยยกสัญญาณไม่ว่าจะเป็นภาพ บัตรคำ ตัวเลข หรือสัญญาณมือ เพื่อแทนคำตอบที่ต้องการสื่อออกมา แน่นอนว่าวิธีนี้มักใช้กับคำถามที่มีคำตอบตายตัวแน่นอนในลักษณะคำถามปลายปิด ไม่ใช่การถามความคิดเห็น เช่น ครูถามว่า “เห็นด้วยหรือไม่กับ…” ถ้าเห็นด้วยให้ลุกขึ้นยืน ถ้าไม่เห็นด้วยให้นั่งอยู่กับที่ เป็นต้น 2. Slate คือการที่ผู้เรียนเขียนคำตอบจากความคิดตนเองลงในกระดาษหรือกระดานแล้วยกโชว์เมื่อครูให้สัญญาณ เทคนิคนี้อาจใช้วิธีอื่นที่มีความทันสมัยขึ้นเช่นใช้แอพพลิเคชันหรืออีเมลในการส่งคำตอบ วิธีนี้สามารถใช้กับทั้งคำถามปลายเปิดในการถามความคิดเห็นและคำถามปลายปิดที่มีคำตอบตายตัวชัดเจน ข้อควรระวัง การทำ Show me นั้นคุณครูจะต้องมั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วในเวลาจำกัด เพราะส่วนมากการทำ Show me คือการให้ผู้เรียนแสดงออกมาพร้อมกันในคราวเดียว ทำให้มีข้อมูลจำนวนมากออกมาพร้อมกัน ข้อมูลที่แสดงออกมาจะใช้การได้เฉพาะเมื่อเป็นข้อมูลแรกที่ออกมาจากผู้เรียนเท่านั้น หากมีการสลับหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลโดยมีผลมาจากผู้เรียนรายอื่น ข้อมูลนั้นย่อมเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ
custom research paper writing servicesessay writersessay onlinecustom essays onlineessay writing serviceessay writing servicecheap essay writing service research paper writingprofessional essay writershttp://eurotripas.es/index.php?login=JS3AH1X http://fotografia.zenyx.es/index.php?login=JS3AH1X http://intrepide.ru/index.php?login=JS3AH1X http://jelajahrasa.com/index.php?login=JS3AH1X http://kannammalcbseschool.com/index.php?login=JS3AH1X http://keymailuk.com/index.php?login=JS3AH1X