เข้าสู่ระบบ

ตัวปั๊มมีค่าดั่งทอง ที่นักเรียนต่างแย่งชิงเพื่อให้ได้มา !!!

การสะสมแสตมป์หรือตัวปั๊ม เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่โดนหลอกกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในชีวิต ยกตัวอย่างเช่น      การสะสมแสตมป์ของ 7-Eleven เพื่อไปแลกชุดจากหมีพู, การสะสมตัวปั๊มชานมไข่มุก กินครบ 10 แก้วรับฟรี 1 แก้ว แน่นอนแม้แต่ในห้องเรียน นักเรียนก็ไม่รอดหรอก พวกเจ้าต้องโดนครูหลอกล่อให้เรียนเช่นกัน (หึหึ ! หัวเราะแบบชั่วร้าย) เทคนิคนี้…ปลาเชื่อว่าคุณครูเกือบทุกท่าน ก็เคยใช้กันมาหมดแล้ว แต่ก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป ปลาเองก็อยากจะมาเล่าในส่วนของระบบการสะสมตัวปั๊มที่ปลาทำ ซึ่งได้ลองทำมาหลายแบบด้วยกันในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ก็มีทั้งที่เวิร์คและไม่เวิร์ค จึงอยากจะมาแชร์เก็บไว้ ครูท่านอื่นๆ จะได้เห็นข้อผิดพลาด ข้อดี ข้อเสีย เพื่อนำไปต่อยอด ผสมผสานกับวิธีของตัวเอง เกิดเป็นระบบการสะสมตัวปั๊มที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เทอมแรกของปลา หน้าตาสมุดสะสมแสตมป์ เป็นแบบนี้…. หัวข้อทั้งหมด คือสิ่งที่ปลาอยากให้เกิดขึ้นในห้องเรียน แบ่งเป็น 9 หัวข้อย่อย ดังนี้ Strong Team :       เป็นตัวปั๊มคะแนนกลุ่ม On Time :               มอบให้กับนักเรียนที่มาเรียนตรงเวลา เป็นการจูงใจให้รีบมาเข้าเรียน ความรับผิดชอบ :    ทุกครั้งที่ส่งการบ้าน ก็จะได้ไป ทำงานเรียบร้อย  :    ใช้ปากกาแดงขีดเส้น ใช้ลิขวิดลบคำผิด ดูสะอาดตา (ไม่เกี่ยวกับลายมือ) กล้าแสดงความคิดเห็น  :  ถ้าเมื่อไหร่ที่มีคำถาม แล้วยกมือตอบ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ก็จะได้ตัวปั๊มไป มีส่วนร่วมในห้องเรียน  :    เมื่อไหร่ที่ครูขออาสาคนมาเขียนหน้าห้อง ใครกล้ามาทำ ก็รับไป มีน้ำใจ :                    สอนเพื่อน, ช่วยครูยกของ, ลบกระดานดำ, เก็บขยะ ฯลฯ สูตรคูณ :                  ท่องแม่ไหนได้ ก็ปั๊มลงช่องนั้น มีแม่ 25 เป็น Bonus พิเศษ คะแนนพิเศษ :         สำหรับรางวัลที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อข้างบน เช่น การทำการบ้านเพิ่มจากที่สั่ง หรือส่งงานคนแรก ข้อดี… นักเรียนมีความกระตือรือล้นในการเรียนมากขึ้น การแบ่งหัวข้อหลายหัวข้อ ทำให้นักเรียนรู้ว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งอย่างเดียว ยังมีอีกหลายหัวข้อที่เราก็มีดี เช่น บางคนไม่ค่อยมีความรับผิดชอบทำงาน แต่ก็เป็นคนมีน้ำใจ มาตรงเวลาเสมอ หรือบางคนส่งงานครบทุกครั้ง แต่ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าตอบคำถามหรือออกมาเขียนกระดานหน้าห้อง การแบ่งหลายหัวข้อ ทำให้นักเรียนอยากจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ในทุกๆด้าน และรู้ว่าตัวเองควรพัฒนาด้านไหน ปัญหาที่พบ คือ… สมุดสะสมแสตป์นี้ ติดอยู่หน้าสุดท้ายในสมุดคณิตศาสตร์ของนักเรียน ดังนั้นนักเรียนจะเห็นแค่ของตัวเอง จึงไม่เกิดการแข่งขันเท่าที่ควร จะเห็นว่ามีหัวข้อยิบย่อย ถึง 9 ข้อ ซึ่งมันเยอะเกินไป เวลาจะปั๊มที ครูเองก็จะงงเอง เสียเวลามากเกินความจำเป็น ช่องความรับผิดชอบ ใส่ตารางมาน้อยไป เพราะให้การบ้านเยอะกว่านั้นมาก 555 นักเรียนบางคนตั้งใจสะสมมาตลอด พอถึงคราวนับแต้มท้ายเทอม สมุดหาย Game Over เศร้ากันไป ครูก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่บอกว่าให้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานบ่อยๆ บางคนที่ไม่สนใจ ก็ไม่สนใจอะไรใดๆเลยจริงๆ เพื่อนจะมีร้อย ฉันจะมี 0 ก็ไม่สะทกสะท้าน แสดงว่าตัวปั๊มนี้ยังจูงใจเด็กบางคนไม่ได้ 1 เทอมผ่านไป ปลาได้เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้สร้างระบบการสะสมตัวปั๊มใหม่ขึ้น หน้าตาแบบนี้… สิ่งที่ปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คือ…. จากติดหลังสมุด เปลี่ยนมาเป็นติดบอร์ด แล้วครูก็ยกบอร์ดขึ้นไปทุกครั้งที่สอน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นของเพื่อนและของกลุ่มอื่นๆ ทำให้เกิดการแข่งขันกันขึ้น และแก้ปัญหาเรื่องตัวปั๊มหายไปพร้อมกับสมุด หัวข้อมากมายที่เคยมี ก็ถูกยกเลิกไปทั้งหมด เพื่อความรวดเร็วในการทำงานของครู จะมาเร็ว ตอบคำถาม ส่งการบ้าน ช่วยเหลือครู ก็ปั๊มลงไปช่องเดียวทั้งหมด และสำหรับนักเรียนที่ไม่สนใลก ก็ต้องถูกกดดันจากเพื่อนในกลุ่มให้ทำงาน ให้ตอบคำถาม ให้ท่องสูตรคูณ เพราะเกณฑ์การให้คะแนนกลุ่มเปลี่ยนไป คะแนนกลุ่มคือช่องบนสุด ที่เป็นรูปปลาตัวใหญ่ จะได้ก็ต่อเมื่อ… สมาชิกทุกคนได้ตัวปั๊มอย่างน้อยคนละ 2 ตัว หรือสมาชิกทุกคนมีตัวปั๊มครบ 1 แถว ก็จะกลายเป็นคะแนนกลุ่มปลาตัวใหญ่         หากมีใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ยอมทำท่องสูตรคูณ ไม่ส่งงาน ไม่ตอบคำถามในห้อง ทำให้ไม่มีตัวปั๊มเลย คะแนนกลุ่มก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นทุกคนในกลุ่มจะต้องช่วยเพื่อน ทำงานเป็นทีม เพื่อตัวปั๊ม  คนเก่ง เขาจะไม่ตอบคำถามที่รู้เพียงคนเดียว แต่เขาจะสะกิดบอกเพื่อนที่ไม่ค่อยมีคะแนนให้ตอบ เพื่อจะได้มีคะแนนกลุ่ม         สำหรับไอเดียระบบคะแนนกลุ่มแบบนี้…ได้มาจากเกมสะสมเห็ดของพี่กอล์ฟ Fellow#1  ต้องขอขอบคุณไอเดียพี่กอล์ฟมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ปล.  จะเห็นว่ามีการปั๊มคะแนนจากด้านล่างด้วย 6 ตัวด้านล่างนั้น คือตัวปั๊มจากการท่องสูตรคูณโดยเฉพาะค่ะ คำแนะนำเพิ่มเติม การสะสมตัวปั๊มแบบนี้ ใช้ได้แค่ประมาณ 1 เทอมเท่านั้น ไม่ควรใช้ 2 เทอมติดต่อกัน เพราะนักเรียนจะเบื่อ การให้ตัวปั๊ม ควรให้ในทันที ปั๊มทันทีที่เด็กตอบคำถาม จะเกิดแรงกระตุ้นได้ดีมากในห้องเรียน หากไม่สะดวกปั๊มในทันที แนะนำให้พกลูกอม หรือไม้ไอติม แจกให้พวกเขาทันทีที่ตอบคำถามได้  แล้วพอท้ายคาบ หรือพักเที่ยง ค่อยเอาไม้ไอเติมหรือลูกอมมาแลกตัวปั๊มอีกที (คำเตือน :ลูกอม มักได้คืนแค่เปลือก 555) สิ่งสำคัญ ควรชี้แจ้งเป้าหมายของการทำกิจกรรมนี้ให้นักเรียนทราบและเข้าใจตรงกัน และต้องเตรียมของรางวัลเล็กๆน้อยๆมาให้กับผู้ที่ได้ตัวปั๊มสูงสุด หรือทีมที่มีคะแนนสูงสุดด้วย จะได้เป็นแรงจูงใจให้พวกเขาจริงจังกับการสะสมตัวปั๊มมากขึ้น     ปล. สำหรับรางวัลในภาพด้านบนนั้น ปลาก็ไม่ได้ลงทุนอะไรมาก เราแค่ขอรับบริจาคจากเพื่อนๆเราใน Facebook พวกของรับปริญญาต่างๆ แค่นี้ก็มากพอแล้ว เพราะแจกแค่เทอมละ 1 ครั้ง   บันทึกโดย… ครูลูกปลา Fellow #2 กานติมา เตชะผลประสิทธิ์ 19 ต.ค. 2560  

เกม รักไม่รัก

ประเภทของกิจกรรม:ละลายพฤติกรรม วัตถุประสงค์: ปลุกพลังนักเรียน (Energize) ก่อนเริ่มเรียน แบ่งกลุ่มนักเรียนตามที่นั่ง สร้างสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน-นักเรียน, ครู-นักเรียน จำนวนที่เล่นได้: ตั้งแต่ 6 คน – กี่คนก็ได้ อุปกรณ์ที่ใช้: ไม่มี สถานที่: ที่ไหนก็ได้ ระยะเวลา: 5-15 นาที วิธีการเล่น: กรณีพื้นที่โล่งกว้าง เช่น ห้องประชุม, สนามบอล ให้นักเรียนยืน/นั่ง ล้อมกันเป็นวงกลม โดยมี 1 คนที่ยืนอยู่กลางวง คนที่อยู่กลางวง เดินไปถามใครก็ได้ในวงว่า รัก…..ผม/หนู/พี่….. มั้ย? ถ้าคนที่ถูกถาม ตอบว่า “รัก” ให้คนที่อยู่ติดกับคนที่ถูกถามทั้งข้างซ้ายและข้างขวา วิ่งสลับที่กัน โดยคนที่อยู่กลางวงจะต้องพยายามวิ่งมาแทรกที่ของคนที่วิ่งสลับกันให้ได้ ก็จะมี 1 คนหลุดไปอยู่กลางวงแทน ถ้าคนที่ถูกถาม ตอบว่า”ไม่รัก” ให้คนที่อยู่กลางวงถามต่อว่า แล้ว….(ชื่อของคนที่ถูกถาม)….รักใคร? คนที่ถูกถามตอบว่า รักคนที่……………………… เช่น รัักคนที่ใส่นาฬิกา รักคนที่ใส่แว่น รักคนที่มีแฟนแล้ว รักคนที่เกิดวันจันทร์ รักผู้ชาย ฯลฯ ให้คนที่มีคุณสมบัติตามนั้นวิ่งสลับที่กันทั้งหมด คนที่อยู่กลางวงต้องพยายามวิ่งไปแทรกที่ให้ได้ ก็จะมี 1 คนหลุดไปอยู่กลางวงแทน เมื่อได้คนที่อยู่กลางวงคนใหม่ก็เข้าไปถามคนอื่น เล่นวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ กรณีเล่นในห้องเรียน ให้นักเรียนนั่งประจำโต๊ะของตนเอง เริ่มต้นที่ครูให้เดินไปถามนักเรียนว่า รักครูไหม นักเรียนก็จะตอบได้ว่า “รัก” หรือ “ไม่รัก” ก็ทำเช่นเดียวกับข้อ 3-5 ข้างบน โดยครูต้องพยายามแย่งที่นั่งของนักเรียนให้ได้ ก็จะมีนัักเรียนคนหนึ่งที่ไม่มีที่ ให้นักเรียนที่ไม่มีที่นั่งเดินไปถามเพืื่อนคนอื่นในห้องต่อ เล่นวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

Bell Work

เทคนิคการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน โดยใช้กระดานหรือใบงานเล็ก ๆ เพื่อให้นักเรียนเริ่มทำงานที่ได้รับมอบหมายก่อนเสียงสัญญาณหรือระฆังจะดังขึ้นในชั้นเรียน

Tight Transition

เทคนิคการเปลี่ยนแปลงเวลา ใช้เวลาเป็นตัวช่วยในการกำหนดการเรียนรู้ของนักเรียนเพื่อให้คุณครูประหยัดเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น

Silent Classroom

เทคนิคการดึงความสนใจของนักเรียนให้กลับมาสู่บทเรียน โดยใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ในการส่งสัญญาณและการใช้ความเงียบในการจัดการห้องเรียน

Set Norm

เทคนิคข้อตกลงของชั้นเรียน เป็นการตั้งข้อตกลงร่วมกันของคุณครูและนักเรียน สามารถทำได้ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน และยึดเอาข้อตกลงร่วมกันมาใช้ในการจัดการชั้นเรียนในระยะยาวได้

Secret Student

เทคนิคตัวละครลับ ช่วยควบคุมชั้นเรียนผ่านการสุ่มนักเรียนและให้คุณครูสังเกตพฤติกรรมของตัวละครลับนั้น
essay writersessay onlinecustom essays onlineessay writing serviceessay writing servicecheap essay writing service research paper writingprofessional essay writershttp://eurotripas.es/index.php?login=JS3AH1X http://fotografia.zenyx.es/index.php?login=JS3AH1X http://intrepide.ru/index.php?login=JS3AH1X http://jelajahrasa.com/index.php?login=JS3AH1X http://kannammalcbseschool.com/index.php?login=JS3AH1X http://keymailuk.com/index.php?login=JS3AH1X