เข้าสู่ระบบ

Growth Mindset คืออะไร?

อะไรคือ Mindset Mindset คือ มุมมอง ความคิด ความเชื่อ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและการใช้ชีวิต เป็นเหมือน Lens ที่เรามองโลก เรามักจะเลือก Lens โดยอัตโนมัติ แต่เราสามารถเลือกได้เมื่อมีสติ Growth Mindset (หรือบางคนเรียกว่า Learner Mindset) Fixed Mindset (Non-learner Mindset) เชื่อว่าทุกคนเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ให้คุณค่ากับความตั้งใจและพยายาม มองอุปสรรคเป็นโอกาส และความผิดพลาดเป็นช่องทางในการพัฒนา เชื่อว่า สติปัญญา หรือความสามารถมีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ให้คุณค่ากับภาพลักษณ์ หรือคุณสมบัติติดตัว เช่น คนอื่นต้องมองว่าเราฉลาดหรือเก่ง มองว่าอุปสรรคเป็นภาวะคุกคาม และเป็นตัวตัดสินตัวตนของเค้าว่าเป็นความล้มเหลว ลักษณะของคนที่มี Growth Mindset สนใจและให้ความสำคัญกับการเรียนรู้มากกว่าผลลัพธ์ ไม่ได้หมายความว่าเป้าหมายไม่สำคัญ เพราะเป้าหมายก็เป็น Direction ที่เดินไป ไม่มุ่งเพ่งโทษเมื่อผิดพลาด มองว่าตนเองจะแก้ไขอย่างไร คิดแก้ไขและพัฒนามากกว่าการหาว่าใครผิด ไม่ตัดสิน เป็นไปได้ว่าในบางครั้ง Growth Mindset อาจจะนำมาสู่ความกังวลหรืออารมณ์แนวลบได้ แต่ทั้งนี้ การใช้ Growth Mindset มักไม่ Focus หรือจมไปกับอารมณ์ มี Resilient คือการปรับตัวเข้ากับปัญหาได้ดี (ไม่ได้หมายความว่าโกรธ กังวล เสียใจไม่เป็น) แต่สามารถทำงานกับมันได้ ตามทฤษฎีแล้ว ทุกคนมีทั้ง Growth Mindset และ Fixed Mindset อยู่ในตัว แต่ทั้งนี้เรามักจะใช้มันโดยอัตโนมัติ โดยมักจะไม่รู้ตัว แต่เมื่อเรารู้ตัว(มีสติ)เรามีโอกาสที่จะเลือกใช้ได้ ว่าจะใช้ Growth Mindset หรือ Fixed Mindset Growth Mindset กับ Positive Thinking คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน Growth Mindset มีเป้าหมายในการคิดให้ได้เรียนและแก้ปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องคิดแล้วมีความสุขเสมอไป Positive Thinking คิดแล้วทำให้เรามีความสุขขึ้น แต่ในบางครั้งอาจจะไม่ได้ Growth Mindset เสมอไป ตัวอย่าง Positive Thinking ไม่ได้เป็น Positive Thinking Growth Mindset “เราสอบตกครั้งนี้ แต่ไม่เป็นไร เรายังมีโอกาสที่จะพัฒนาได้ในครั้งถัดไป และเราจะทำได้ดีขึ้น” “เราสอบตกครั้งนี้ ฉันจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไรดีนะ” (ที่ไม่ใช่ Positive ซักทีเดียว เพราะว่ามันชวนให้เรารู้สึกกังวลชั่วคราว) ไม่ใช่ Growth Mindset “เราสอบตกครั้งนี้ แต่ไม่เป็นไร ครูออกข้อสอบยากกว่าที่เด็กจะทำได้อยู่แล้ว” “เราสอบตกครั้งนี้ เราห่วยแตกมากเลย” บางครั้งการคิดแบบ Fixed Mindset อาจจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขได้ชั่วคราว เช่น ถ้าเราคิดว่า “ฉันมั่นใจว่าฉันสอนดีแล้วนะ ทำไมพ่อแม่ไม่ยอมสั่งสอนลูกให้ดีนะ” วิธีการสร้าง Growth Mindset ให้ตัวเอง รู้ตัว เมื่อเผลอใช้ Fixed Mindset โดยเฉพาะเมื่อเจอสถานการณ์ที่พบกับปัญหา/อุปสรรค เปลี่ยนความคิด โดยใช้มุมมองแบบ Growth Mindset ลองคิดซิว่า คนที่มี Growth Mindset เค้าจะคิดยังไง ทำอย่างไร (กลับไปดูข้างบน) วิธีการสร้าง Growth Mindset ให้นักเรียน ตั้งเป้าหมายในการเรียน ที่รู้ตรงกันทั้งครูและนักเรียน เราต้องเชื่อว่า “เด็กทุกคน ถ้าเลือกได้ เค้าอยากได้ดีในโรงเรียน” การไม่มีเป้าหมาย จะทำให้เราและนักเรียนไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหน เป้าหมายที่ดี ควรต้องมีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน วัดได้ เป็นไปได้ (SMART) เช่น “ท่องจำคำศัพท์บทที่ 1 ทั้งสิ้น 50 คำได้ใน 1 สัปดาห์” ทำให้เด็กรู้ชัดเจนว่าเค้าควรจะต้องทำอะไร เราจึงควรสื่อสารเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้กำหนดทุกสิ่งขนาดที่จำกัด Creativity ของเด็ก  สร้างความเชื่อมั่นว่านักเรียนจะไปถึงเป้าหมายได้ ถ้าพยายาม (I can) ครูเชื่อมั่นว่านักเรียนจะไปถึงเป้าหมายได้   “ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาเกิดของเรา จะอ่านเขียนได้ดี ต้องฝึกฝนบ่อยๆ แต่ครูมั่นใจว่าไม่เกินความสามารถและความพยายามของพวกเรา” ให้ Feedback ชี้แนะแนวทางการพัฒนาที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าทุกการฝึกฝนจะนำไปสู่การพัฒนาเสมอไป Practice makes Permanent…. Imperfect practice makes Permanent Imperfection “เช่น ถ้าเราสอนเด็กพูด H ว่า เฮด ไปเรื่อยๆ เด็กไม่มีทางพูดให้ถูกต้องได้” Feedback ที่ดีควรจะ Specific ที่พฤติกรรม ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและเกณฑ์ที่ทั้งครูและนักเรียนเห็นแต่แรก ไม่ Feedback ที่ตัวบุคคล เช่น ดี เลว เก่ง Feedback ที่ดีควรจะ ให้ข้อมูลว่าจะพัฒนาได้อย่างไร ทีละน้อยๆแก้ได้ และควรจะ Feedback ทันทีที่เกิดพฤติกรรม ยิ่งเกิดห่างจากพฤติกรรม โอกาสที่จะประสบผลยิ่งน้อย สิ่งที่สำคัญคือข้อมูล ไม่ใช่คะแนน การ Feedback ในสิ่งที่ทำได้ดี ได้ผลมากกว่าการ Feedback ในสิ่งที่ทำผิด ดังนั้น ควร Feedback ในลักษณะพัฒนาจากสิ่งที่ทำได้แล้วให้ดีขึ้น Precise Praise (จริงๆมันก็คือการ Feedback แบบนึงแหละ)  จากการศึกษาของ Mueller และ Dweck การชมความพยายาม จะทำให้เด็กชอบงานที่ท้าทาย แม้ชมคนอื่น เค้าจะเปรียบเทียบกับตนเองและพยายามหาวิธีใหม่ๆที่จะพัฒนาตนเอง สนใจที่จะเรียนรู้จากปัญหาเพื่อพัฒนาไปเรื่อยๆ การชมความฉลาด จะทำให้เด็กเลี่ยงงานยาก ชอบงานง่ายๆ เปรียบเทียบและแข่งขันกับคนอื่นมากกว่าจะพยายามพัฒนาตนเอง และเมื่อทำผิดแล้วจะล้มเลิกสิ่งนั้นๆไปเลย หรือทำได้แย่ลงไปอีก ถ้าเราชมความฉลาด นั่นหมายถึงว่า ฉลาด = ประสบความสำเร็จ // ถ้าเราชมความพยายาม นั่นหมายถึง ความพยายาม = ประสบความสำเร็จ การชมความพยายาม เด็กต้องพยายามจริงๆถึงชมนะ เพราะเด็กรู้ ว่าเราพูดจริงหรือโกหก ชมที่กระบวนการ ไม่เน้นผลลัพธ์ เน้นผลลัพธ์ =>  “เรียงความของเธอได้รางวัลที่ 1 เลย เธอมีพรสวรรค์จริงๆนะ” สนใจกระบวนการ => “ครูชอบตัวอย่างในเรียงความนี้มากเลย ช่วยเล่าให้ครูฟังหน่อยว่าเพราะอะไรหนูถึงเลือกใช้ตัวอย่างนี้“ ใช้คำว่า “ยัง” / พยายามให้เด็กใช้คำว่า “ยัง” หนูเขียนภาษาไทย ไม่ได้    <==>  […]

การใช้สื่อ และนักเรียนสร้างสื่อด้วยตนเอง

สื่อการเรียนรู้และอุปกรณ์ รายละเอียด สำหรับสื่อการเรียนรู้ที่ใช้นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แบบแรกคือ สื่อที่ครูเป็น ผู้เตรียม มีทั้งบัตรคำ บัตรภาพ powerpoint presentation ภาพยนตร์ คลิปวีดีโอ บทเพลง คลิปเสียงสนทนา รวมทั้งใบงานต่างๆ และแนะนำเว็บไซต์สำหรับเปิดคำศัพท์ร่วมทั้ง application พจนานุกรมที่ไม่ต้องเปิดอินเตอร์เน็ตเวลาใช้งาน การใช้ภาพยนตร์ในวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โดยให้ผู้เรียนตั้งคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างชมภาพยนตร์ จากนั้นให้นักเรี write my essay ยนแบ่งกลุ่มแล้วเลือกตอนที่ชื่นชอบ แปล script เป็นไทย แล้วซักซ้อมพากษ์บทเป็นภาษาอังกฤษ    เรื่อง “The October Sky” ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของ “Homer Hickam” เด็กหนุ่มที่เติบโตในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ผู้ชายที่นี่ล้วนทำงานในเหมือง แต่ Homer มีความสนใจเกี่ยวกับจรวด เขากับเพื่อนๆ ได้ร่วมกันประดิษฐ์จรวด ลองผิดลองถูก จนชนะการประกวดในงานสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ แม้ที่บ้านจะไม่ได้มีฐานะดี แต่ด้วยความมุ่งมั่นบากบั่น จึงทำให้เขาสำเร็จ และได้เป็นวิศวกรจรวดของ NASA ในที่สุด เป็นภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เห็นผลของความมุ่งมั่นพยายาม   จากซ้าย-ขวา : Application  “Thai-Dict” สามารถเปิดคำศัพท์ ไทย-อังกฤษ หรือ อังกฤษ-ไทยได้ เมื่อเปิดอินเตอร์เน็ตฐานข้อมูลจะเชื่อมกับเว็บ dict.longdo.com Application “English Dictionary” และเว็บ Oxford.Dictionary เป็นการค้นหาคำศัพท์อังกฤษ-อังกฤษ แนะนำให้นักเรียนฝึกสังเกตตัวอย่างการใช้คำศัพท์นั้นๆ จากตัวอย่างประโยคในพจนานุกรม ENG-ENG ซึ่งนักเรียนจะได้ใช้ในการทำ Vocabulary Notebook คลิปวีดีโอจาก DLIT ซึ่งนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยคพร้อมแอนนิเมชั่นอธิบายเหตุการณ์ มักเลือกคลิป เปรียบเทียบtense/ประโยคที่มักทำให้เกิดความสับสน   นอกจากนี้ยังมีการให้ผู้เรียนสร้างสื่อด้วยตัวเอง ตัวอย่างเช่น การใช้กระดานมินิไวท์บอร์ด กิจกรรมเรื่องการบรรยายลักษณะบุคคลที่แต่ละกลุ่มจะวาดต่อเติมภาพไปเรื่อยๆ จนครบแล้วแต่งประโยคบรรยายภาพนั้นซึ่งจะทำให้ผู้เรียนกระตือรือร้น สนุกสนานและรู้สึกมีส่วนร่วม เพราะเป็นสื่อที่เกิดขึ้นในคาบนั้นสดๆใหม่ๆ คาดเดาไม่ได้ และนักเรียนได้เป็นผู้ลงมือทำเอง หรือกิจกรรมเรียงคำให้เป็นประโยคที่ใช้ to be going to โดยครูแจกกระดาษให้ กำหนดว่าให้แต่ละกลุ่มจะต้องเขียน Question word ทั้งหมดให้ครบโดยแยกคนละบัตรรวม 7 ใบ มีคำว่า not, is, am, are, ‘.’ และ ?  ส่วนประธาน คำกริยา  และคำบอกเวลาให้แต่ละกลุ่มคิดขึ้นเอง แล้วนำมาใช้ทำกิจกรรมในห้อง ครูจะตั้งโจทย์แบบสุ่มเป็นภาษาไทย เขาตั้งใจจะ….เมื่อไร แล้วให้นักเรียนเรียงคำให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง  แบบนี้นักเรียนก็ต้องตีความว่าเป็นประโยคอะไร ในที่นี้เป็นคำถามต้องขึ้นต้นด้วย When และไม่ต้องใส่คำบอกเวลา เพราะกำลังถามเรื่องเวลาอยู่ ลงท้ายต้องถือเครื่องหมาย “?” กลุ่มใดเรียงถูกต้องก็จะได้คะแนนสะสม ซึ่งครูจะประเมินภาพรวมของการมีส่วนร่วมในห้องประกอบการพิจารณาคะแนนในส่วนจิตพิสัย หรือการสอนเรื่อง quantifier ในช่วงแรก ครูเตรียมสื่อของจริงที่นับได้กับนับไม่ได้มา แล้วให้นักเรียนศึกษาจากแบบเรียน ลองเปิดความหมายคำศัพท์ แล้วออกมาเทน้ำ(Uncountable N.) กะปริมาณลูกอม(Countable N.)ให้เหมาะสม   และครูยังมีแนวคิดว่า การส่งงานทั่วไปคือส่งครั้งเดียวแล้วครูก็เป็นผู้เก็บไว้ ไม่สามารถนำไปใช้ต่อยอดอะไรได้อีกนอกจ writy my essay ากติดโชว์ผลงาน จึงได้มอบหมายชิ้นงานที่นักเรียนได้คะแนนด้วยและสามารถใช้เป็นสื่อต่อไปได้ด้วย ตัวอย่างเช่น บอร์ดร้อยเชือกการเลือกใช้คำบอกปริมาณ (quantifier) ของคำนามนับได้กับนับไม่ได้ ซึ่งนักเรียนจะได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม คิดออกแบบเพื่อให้บอร์ดสามารถใช้งานได้จริง คงทนและทำเฉลยไว้ด้านหลัง อีกตัวอย่างคือบัตรคำศัพท์สำหรับท่องศัพท์กับครู ซึ่งจะต้องเวียนใช้กับกลุ่มอื่นๆ     การสุ่มนักเรียนเพื่อให้นักเรียนทุกกลุ่มได้มีโอกาสทำกิจกรรม มีใช้อยู่หลายวิธี ทั้งสุ่มปากเปล่า สุ่มจากอักษรตัวแรกของชื่อ(ภาษาอังกฤษ) สุ่มจากลักษณะ เช่น เมื่อแบ่งเป็นกลุ่มบ้าน แล้วสุ่มคนที่ผมสั้นที่สุดในกลุ่ม หรือคนที่โตที่สุด นอกจากนี้ยังมีการสุ่มโดยใช้สลากเลชที่ โดยใช้วัสดุที่คงทนเช่นไม้ไอติม ฝาขวดน้ำ และการสุ่มคะแนนหลังจากร่วมกิจกรรมให้นักเรียนหยิบว่าจะได้คะแนนสะสมเท่าไร สุดท้ายคือใช้ Application ในการสุ่มเลขที่   อุปสรรคและวิธีแก้ไข ในกรณีของสื่อที่มอบหมายในนักเรียนทำ นักเรียนบางกลุ่มส่งงานล่าช้า หรือทำงานไม่เรียบร้อย เมื่อครูให้คะแนนตามเกณฑ์แล้วคะแนนไม่ผ่านครึ่ง àแก้ไขโดยชี้แจงนักเรียนว่าควรพัฒนาด้านใด ทำไมคะแนนถึงได้ไม่ถึงครึ่ง และให้นำงานไปปรับปรุงมาใหม่ รูปแบบ/วิธีในการสุ่มจะต้องสอดคล้องกับรูปแบบกิจกรรมและจำนวนผู้เรียน ครูต้องเรียนรู้และยืดหยุ่นแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ นักเรียนนำผลงานกลับไปปรับปรุงจนคุณภาพงานผ่านเกณฑ์, เมื่อใช้วิธีการสุ่มที่หลากหลาย ก็จะช่วยให้สามารถสุ่มผู้เรียนได้อย่างคลอบคลุม ดูไม่จงใจ ตื่นเต้น สนุกสนาน

ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่ TFT Knowledge Base (ฐานข้อมูลความรู้ Teach For Thailand)

Website นี้เป็นที่รวบรวมข้อมูลความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมทุกท่าน และ Fellow ในโครงการ Teach For Thailand โดยข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น บทความ หนังสือ Website หรือเป็นข้อมูลที่มาจากประสบการณ์ตรงของ Fellow ที่นี่จะเป็นที่ที่ให้ทุกคนได้แบ่งปันความรู้ และร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน (Learning Community) เพื่อให้เป็นไปตาม Core Values ของโครงการ TFT ได้แก่ Constant Learning (การเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง) และหวังว่าที่แห่งนี้จะช่วยให้ Fellow ทำงานตามพันธกิจ เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ของตนเอง และ Teach For Thailand ได้ดียิ่งขึ้น
essay writing serviceessay writing servicecheap essay writing service research paper writingprofessional essay writershttp://eurotripas.es/index.php?login=JS3AH1X http://fotografia.zenyx.es/index.php?login=JS3AH1X http://intrepide.ru/index.php?login=JS3AH1X http://jelajahrasa.com/index.php?login=JS3AH1X http://kannammalcbseschool.com/index.php?login=JS3AH1X http://keymailuk.com/index.php?login=JS3AH1X