เข้าสู่ระบบ

การใช้สื่อ และนักเรียนสร้างสื่อด้วยตนเอง

สื่อการเรียนรู้และอุปกรณ์ รายละเอียด สำหรับสื่อการเรียนรู้ที่ใช้นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แบบแรกคือ สื่อที่ครูเป็น ผู้เตรียม มีทั้งบัตรคำ บัตรภาพ powerpoint presentation ภาพยนตร์ คลิปวีดีโอ บทเพลง คลิปเสียงสนทนา รวมทั้งใบงานต่างๆ และแนะนำเว็บไซต์สำหรับเปิดคำศัพท์ร่วมทั้ง application พจนานุกรมที่ไม่ต้องเปิดอินเตอร์เน็ตเวลาใช้งาน การใช้ภาพยนตร์ในวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โดยให้ผู้เรียนตั้งคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างชมภาพยนตร์ จากนั้นให้นักเรี write my essay ยนแบ่งกลุ่มแล้วเลือกตอนที่ชื่นชอบ แปล script เป็นไทย แล้วซักซ้อมพากษ์บทเป็นภาษาอังกฤษ    เรื่อง “The October Sky” ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของ “Homer Hickam” เด็กหนุ่มที่เติบโตในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ผู้ชายที่นี่ล้วนทำงานในเหมือง แต่ Homer มีความสนใจเกี่ยวกับจรวด เขากับเพื่อนๆ ได้ร่วมกันประดิษฐ์จรวด ลองผิดลองถูก จนชนะการประกวดในงานสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ แม้ที่บ้านจะไม่ได้มีฐานะดี แต่ด้วยความมุ่งมั่นบากบั่น จึงทำให้เขาสำเร็จ และได้เป็นวิศวกรจรวดของ NASA ในที่สุด เป็นภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เห็นผลของความมุ่งมั่นพยายาม   จากซ้าย-ขวา : Application  “Thai-Dict” สามารถเปิดคำศัพท์ ไทย-อังกฤษ หรือ อังกฤษ-ไทยได้ เมื่อเปิดอินเตอร์เน็ตฐานข้อมูลจะเชื่อมกับเว็บ dict.longdo.com Application “English Dictionary” และเว็บ Oxford.Dictionary เป็นการค้นหาคำศัพท์อังกฤษ-อังกฤษ แนะนำให้นักเรียนฝึกสังเกตตัวอย่างการใช้คำศัพท์นั้นๆ จากตัวอย่างประโยคในพจนานุกรม ENG-ENG ซึ่งนักเรียนจะได้ใช้ในการทำ Vocabulary Notebook คลิปวีดีโอจาก DLIT ซึ่งนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยคพร้อมแอนนิเมชั่นอธิบายเหตุการณ์ มักเลือกคลิป เปรียบเทียบtense/ประโยคที่มักทำให้เกิดความสับสน   นอกจากนี้ยังมีการให้ผู้เรียนสร้างสื่อด้วยตัวเอง ตัวอย่างเช่น การใช้กระดานมินิไวท์บอร์ด กิจกรรมเรื่องการบรรยายลักษณะบุคคลที่แต่ละกลุ่มจะวาดต่อเติมภาพไปเรื่อยๆ จนครบแล้วแต่งประโยคบรรยายภาพนั้นซึ่งจะทำให้ผู้เรียนกระตือรือร้น สนุกสนานและรู้สึกมีส่วนร่วม เพราะเป็นสื่อที่เกิดขึ้นในคาบนั้นสดๆใหม่ๆ คาดเดาไม่ได้ และนักเรียนได้เป็นผู้ลงมือทำเอง หรือกิจกรรมเรียงคำให้เป็นประโยคที่ใช้ to be going to โดยครูแจกกระดาษให้ กำหนดว่าให้แต่ละกลุ่มจะต้องเขียน Question word ทั้งหมดให้ครบโดยแยกคนละบัตรรวม 7 ใบ มีคำว่า not, is, am, are, ‘.’ และ ?  ส่วนประธาน คำกริยา  และคำบอกเวลาให้แต่ละกลุ่มคิดขึ้นเอง แล้วนำมาใช้ทำกิจกรรมในห้อง ครูจะตั้งโจทย์แบบสุ่มเป็นภาษาไทย เขาตั้งใจจะ….เมื่อไร แล้วให้นักเรียนเรียงคำให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง  แบบนี้นักเรียนก็ต้องตีความว่าเป็นประโยคอะไร ในที่นี้เป็นคำถามต้องขึ้นต้นด้วย When และไม่ต้องใส่คำบอกเวลา เพราะกำลังถามเรื่องเวลาอยู่ ลงท้ายต้องถือเครื่องหมาย “?” กลุ่มใดเรียงถูกต้องก็จะได้คะแนนสะสม ซึ่งครูจะประเมินภาพรวมของการมีส่วนร่วมในห้องประกอบการพิจารณาคะแนนในส่วนจิตพิสัย หรือการสอนเรื่อง quantifier ในช่วงแรก ครูเตรียมสื่อของจริงที่นับได้กับนับไม่ได้มา แล้วให้นักเรียนศึกษาจากแบบเรียน ลองเปิดความหมายคำศัพท์ แล้วออกมาเทน้ำ(Uncountable N.) กะปริมาณลูกอม(Countable N.)ให้เหมาะสม   และครูยังมีแนวคิดว่า การส่งงานทั่วไปคือส่งครั้งเดียวแล้วครูก็เป็นผู้เก็บไว้ ไม่สามารถนำไปใช้ต่อยอดอะไรได้อีกนอกจ writy my essay ากติดโชว์ผลงาน จึงได้มอบหมายชิ้นงานที่นักเรียนได้คะแนนด้วยและสามารถใช้เป็นสื่อต่อไปได้ด้วย ตัวอย่างเช่น บอร์ดร้อยเชือกการเลือกใช้คำบอกปริมาณ (quantifier) ของคำนามนับได้กับนับไม่ได้ ซึ่งนักเรียนจะได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม คิดออกแบบเพื่อให้บอร์ดสามารถใช้งานได้จริง คงทนและทำเฉลยไว้ด้านหลัง อีกตัวอย่างคือบัตรคำศัพท์สำหรับท่องศัพท์กับครู ซึ่งจะต้องเวียนใช้กับกลุ่มอื่นๆ     การสุ่มนักเรียนเพื่อให้นักเรียนทุกกลุ่มได้มีโอกาสทำกิจกรรม มีใช้อยู่หลายวิธี ทั้งสุ่มปากเปล่า สุ่มจากอักษรตัวแรกของชื่อ(ภาษาอังกฤษ) สุ่มจากลักษณะ เช่น เมื่อแบ่งเป็นกลุ่มบ้าน แล้วสุ่มคนที่ผมสั้นที่สุดในกลุ่ม หรือคนที่โตที่สุด นอกจากนี้ยังมีการสุ่มโดยใช้สลากเลชที่ โดยใช้วัสดุที่คงทนเช่นไม้ไอติม ฝาขวดน้ำ และการสุ่มคะแนนหลังจากร่วมกิจกรรมให้นักเรียนหยิบว่าจะได้คะแนนสะสมเท่าไร สุดท้ายคือใช้ Application ในการสุ่มเลขที่   อุปสรรคและวิธีแก้ไข ในกรณีของสื่อที่มอบหมายในนักเรียนทำ นักเรียนบางกลุ่มส่งงานล่าช้า หรือทำงานไม่เรียบร้อย เมื่อครูให้คะแนนตามเกณฑ์แล้วคะแนนไม่ผ่านครึ่ง àแก้ไขโดยชี้แจงนักเรียนว่าควรพัฒนาด้านใด ทำไมคะแนนถึงได้ไม่ถึงครึ่ง และให้นำงานไปปรับปรุงมาใหม่ รูปแบบ/วิธีในการสุ่มจะต้องสอดคล้องกับรูปแบบกิจกรรมและจำนวนผู้เรียน ครูต้องเรียนรู้และยืดหยุ่นแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ นักเรียนนำผลงานกลับไปปรับปรุงจนคุณภาพงานผ่านเกณฑ์, เมื่อใช้วิธีการสุ่มที่หลากหลาย ก็จะช่วยให้สามารถสุ่มผู้เรียนได้อย่างคลอบคลุม ดูไม่จงใจ ตื่นเต้น สนุกสนาน

Phonics ฟุต ฟิต ฟอ ไฟ จากคำใกล้ตัว!!!

กิจกรรม การเสริมทักษะการสะกดคำและการออกเสียงด้วยโฟนิคส์ (Phonics) และตารางเทียบอักษรอังกฤษ-ไทย      รายละเอียด ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่า จากคะแนนที่ทดสอบด้วยข้อสอบ Diagnostic Test 1  ในครั้งแรก พบว่าร้อยละ 50 ยังไม่สามารถเขียนตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษ (A-Z) ทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก และเขียนสะกดจำนวน 1-10 เป็นภาษาอังกฤษ ได้อย่างถูกต้อง จึงได้นำหลักการโฟนิคส์ การออกเสียงด้วยโฟนิกส์ (Phonics) และตารางเทียบอักษรอังกฤษ-ไทย มาเสริมในช่วงต้นภาคเรียน โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้ ปกตินักเรียนก็จะรู้สึกว่าตัวเองอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ครูจึงทะลายกำแพงด้วยการนำสิ่งที่นักเรียนคุ้นเคยมาเป็นตัวเปิด และเป็นการฝึกทักษะการคิดเชื่อมโยง โดยนำเอาชื่อแบรนด์ต่างๆ ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของนักเรียนมาเป็นสื่อ ให้นักเรียนลองอ่าน ให้นักเรียนตีตารางลงในสมุดแบ่งเป็น 3 ช่อง คือ ตัวอักษร A-Z ช่องที่สองคือ เสียงตัวอักษร และช่องสุดท้ายคือตัวอย่างคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรดังกล่าว จากนั้นจะเปิดเพลงโฟนิกส์ให้นักเรียนเติมเสียงอักษรที่ได้ยิน เช่น A ออกเสียง “แอะ” ตัวอย่างคำเช่น “apple” จากนั้นครูจะแนะนำการใช้ตารางเทียบตัวอักษรอังกฤษ-ไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยง สอดคล้องกับเสียงโฟนิคส์ โดยไม่ได้เน้นให้ท่องจำ แต่ให้สังเกตและฝึกใช้บ่อยๆ แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม แล้วให้นักเรียนลองช่วยกันสะกดชื่อภาษาไทยด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ และลองอ่านชื่อไทยที่สะกดเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้วแข่งกัน จากนั้นจึงให้ทำแบบฝึกหัดเป็นรายบุคคล โดยมีทั้งสะกดชื่อจังหวัด และชื่อบุคคล Powerpoint ที่ใช้ในการสอนตามลิงค์นี้ และ VDO Clip (เฟ้นหาเพลงที่ไม่ช้าเกินไป และภาพฮาที่สุดแล้ว)   A-Z phonics_T.Putt cohort 2 อุปสรรคและวิธีแก้ไข นักเรียนมีพื้นฐานแตกต่างกัน คนที่มีพื้นฐานดีสามารถสะกดคำได้อย่างรวดเร็ว เวลาให้ตอบเป็นกลุ่มจึงมักจะเป็นผู้ตอบ ทำให้เพื่อนที่พื้นฐานอ่อนไม่ทัน เพราะไม่ได้ฝึกฝนจากการมีส่วนร่วมในห้อง ♦ แก้ไขโดย การให้แต่ละกลุ่มสลับตัวแทนในการตอบ หรือใช้เทคนิคการสุ่มทั้งแบบเจาะจงและแบบอาสา  สมัครสลับกันไป  โดยทำสลากตัวอักษร A-Z ไว้ เมื่อหยิบได้ก็ให้นักเรียนที่มีชื่อขึ้นต้นตรงกับตัวอักษรนั้นเป็นผู้มีสิทธิ์ตอบ รวมทั้งประเมินจากแบบฝึกหัดรายบุคคล ซึ่งในแบบฝึกหัดจะมีบางข้อที่แต่ละคนจะตอบ ไม่เหมือนกัน เช่น ให้สะกดชื่อตัวเอง หรือชื่อจังหวัดบ้านเกิด จากนั้นครูให้ feedback และสอนเสริมรายบุคคล นักเรียนบางคนลอกการบ้านเพื่อน และยังไม่เข้าใจการสะกด การออกเสียง ซึ่งอาจเนื่องมาจากแบบฝึกหัดที่ครูให้นั้นมีลักษณะรวบรัดมากเกินไป ♦ แก้ไขโดยครูออกแบบแบบฝึกหัดให้มีหลายระดับ เพื่อให้เหมาะกับพื้นฐานของผู้เรียนแต่ละคน แต่จะต้องทำให้สนุก น่าสนใจและท้าทายสำหรับผู้เรียน (ซึ่งครูยังไม่ได้ออกแบบให้มีความยากง่ายหลายระดับ เนื่องจากกังวลเรื่องเนื้อหาอื่นที่จำเป็นต้องสอน พวกไวยากรณ์ต่างๆ แต่ก็พยายามทบทวนและสอดแทรกในแต่ละคาบเรียนอยู่เรื่อยๆ) ♦ แก้ไขโดยออกแบบให้สอดแทรกกลมกลืนไปตลอดภาคเรียน ให้แทรกเข้าไปในการจดจำคำศัพท์ต่างๆ ผลลัพธ์ ผู้เรียนที่มีพื้นฐานดี และพื้นฐานปานกลางเมื่อติดตามทำการบ้านด้วยตนเอง และท่องศัพท์กับครูอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีพัฒนาการและทักษะการคิดเชื่อมโยงดีขึ้น สามารถออกเสียงสะกดคำศัพท์ใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ รวมทั้งมีหลักช่วยในการจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้เร็วและถาวรขึ้น    

Balabolka โปรแกรมอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ ปรับความเร็วได้ มีไฮไลท์คำ ไม่ต้องมีอินเทอร์เน็ต

ในการสอนภาษาอังกฤษ ทักษะการฟัง เป็นทักษะแรกๆที่ต้องฝึก เพื่อให้นักเรียนชินกับเสียง ซึ่งปกติครูจะอ่านและให้นักเรียนพูดตาม แต่ทีนี้หากต้องการให้นักเรียนฟังเสียงแบบชาวต่างประเทศ ก็มีทางเลือกดังต่อไปนี้ ในกรณีที่บทความต้องการให้ฟังอยู่ในหนังสือเรียน สามารถหา CD ที่มีMP3 อ่านออกเสียงที่แถมมากับคู่มือครู แต่อย่างไรก็ตามบุคคลใน CD พูดเร็วมาก เราสามารถให้นักเรียนฟังคร่าวๆได้ แต่อาจยังไม่เหมาะกับนักเรียนที่มีพื้นฐานไม่พอ ซึ่งถือว่าเร็วเกินไป และเด็กยังไม่สามารถจับใจความเป็นคำ/ประโยคได้ ใช้ Google translate ช่วยอ่าน Google translate เป็นตัวเลือกที่ดีมาก (ใช้ได้เลยทีเดียว) แต่หากอยู่พื้นทีี่ที่ไม่มี Wifiใช้ และต้องการปรับความเร็วในการพูดอาจจะลำบากขึ้นบ้าง ใช้โปรแกรมช่วยอ่าน เช่น Balabolka โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมช่วยอ่านข้อความไปเป็นเสียง (Text-to-speech) โดยสามารถปรับความเร็วได้ สามารถหยุดชั่วคราวระหว่างอ่านได้ และมีไฮไลท์คำขณะอ่านอยู่ด้วยว่าตอนนี้อ่านถึงคำไหนแล้วหากมีโปรเจคเตอร์หรือโทรทัศน์ในห้องเรียน การเปิดให้เห็นภาพและฟังเสียงไปด้วยสามารถช่วยให้นักเรียนรู้ว่าตอนนี้เราอ่านถึงคำไหนแล้วได้ด้วย สามารถดาวน์โหลดและทดลองใช้ได้ที่ http://www.cross-plus-a.com/balabolka.htm    

Online Tests for students

Online Tests         เกิดจากความคิดที่ว่า…ปลาอยากให้นักเรียนได้ลองทำข้อสอบด้วยตนเอง และประเมินตัวเองในได้ทันที ว่าคะแนนตัวเองอยู่ระดับไหน ที่สำคัญเขาจะรู้ว่า ข้อไหนที่เขาผิด และคำตอบที่ถูกคืออะไร โดยสามารถทำได้ที่บ้าน หรือจากที่ไหนก็ได้        Online Test ที่ปลาทำ ก็ทำจากเว็บง่ายๆที่พวกเราคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ Google Form แล้วก็อีกเว็บหนึ่ง ปลาเพิ่งรู้มาจาก HR จากบริษัทหนึ่งที่ปลาไปสมัครงาน นั่นก็คือเว็บ TypeForm และปลาก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายเว็บแน่ๆที่เป็นเครื่องมือในการทำ Online Test ได้ แต่วันนี้ขอแนะนำเท่าที่รู้จักแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ ก่อนอื่นอยากบอกว่าคงไม่ได้มาลงรายละเอียด ถึงวิธีการทำ เพราะสามารถเรียนรู้ได้ทั่วไปจาก google ได้เลยค่ะ แต่ที่มาเขียนในวันนี้ จะมาเล่าถึงวิธีการที่ปลานำไปใช้กับนักเรียน และยกตัวอย่าง Online Test ที่ได้ทำไปบ้างแล้ว เพื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนครูท่านอื่นๆ นำไปประยุกต์ใช้นะคะ เริ่มแรกเลย ปลาให้นักเรียนได้ลองรู้จักกับการทำ Google Form ง่ายๆผ่านการทำแบบสอบถามเรื่องข้อมูลนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิดความคุ้นเคย ก่อนจะนำเสนอข้อสอบจริง  สามารถดูตัวอย่างได้จาก Click >>>> ข้อมูลนักเรียน3/4              ผลคือ  นักเรียนไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน พวกเขาตื่นเต้นมาก และให้ความสนใจเป็นอย่างดี จนนักเรียนห้องอื่นเรียกร้องว่า ทำไมห้องพวกเขาไม่ได้ทำแบบสอบถามแบบนี้บ้าง                     นอกจากนี้การแสดงผลของ Google Form จะเป็นกราฟแท่ง เป็นกราฟวงกลม ทำให้เราวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายขึ้น  เช่น เมื่อนักเรียนเริ่มคุ้นชินกับการทำ Google Form แล้ว ปลาก็เริ่มนำร่องโดยการนำ Google Form มาใช้ในการแก้ 0 ยกตัวอย่าง Online Test ที่ปลาได้ทำไปบ้างแล้ว ดังนี้ค่ะ Online Test # 1 : การบวกลบจำนวนเต็ม Online Test # 2 : การคูณ Online Test # 3 : บทที่ 1 พื้นที่ผิวและปริมาตร Online Test # 4 : บทที่ 2 กราฟ Online Test # 5 : บทที่ 4 ความคล้าย        นี่คือตัวอย่าง ตอนที่นักเรียนทำข้อสอบออนไลน์ เสร็จแล้ว สามารถดูได้เลยว่าตัวเองได้กี่คะแนน  ถูกและผิดข้อไหนบ้าง และข้อที่ผิด คำตอบที่ถูกมันคืออะไร      เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้ว ผลคะแนนทั้งหมดก็จะส่งตรงมาที่ครู พร้อมสรุปผลให้อย่างสวยงามในรูปแบบกราฟต่างๆ ทำให้ครูวิเคราะห์ข้อสอบได้ง่ายขึ้น และรู้ว่าเรื่องใดที่นักเรียนมักเข้าใจผิด ก็จะได้พัฒนาเน้นการสอนเรื่องนั้นมากขึ้น       นอกจากใช้ช่วยตอนแก้ 0 แล้ว พอปีการศึกษาถัดมา…ก็ยังสามารถนำ Online Test เหล่านี้มาให้นักเรียนรุ่นต่อไปทำได้ เรียกได้ว่า ทำทีเดียวใช้ไปได้อีกนานเลย ซึ่ง Online Test ที่ปลาสร้างขึ้นนี้ คุณครูท่านอื่นๆก็สามารถเอาไปลองให้ลูกศิษย์ของตัวเองทำได้นะคะ โดยการ Copy Link ไปแปะไว้ที่หน้า Facebook ตัวเอง คำแนะนำเพิ่มเติม ตอนแรกเลยจุดประสงค์คือ ปลาต้องการให้การแก้ 0 มีประสิทธิภาพมากที่สุด และเพื่อลดภาระงานของตัวเองลงด้วย โดยการให้นักเรียนแก้ 0 ผ่านการทำ Online Test ด้วยตัวเอง แต่ผลคือก็ยังเหนื่อยอยู่ดี แต่ก็เหนื่อยน้อยลงนะ ^^ เหตุผลที่ยังเหนื่อย เพราะก็ต้องคอยบริการทั้งเน็ต มือถือ โน็ตบุ๊คให้กับนักเรียนอยู่ดี เพราะเทคโนโลยีของนักเเรียนยังไม่พร้อมไปกับเรา แต่อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ และหวังว่าเขาจะปรับตัวได้ในวันหนึ่ง และนี่ก็เป็นอีกอุปสรรคหนึ่งของกาารทำ Online Test หวังว่าบทความนี้จะช่วยต่อยอดไอเดียใหม่ๆให้กับเพื่อนครูได้นะคะ และปลาก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันหนึ่งเว็บๆนี้ จะกลายเป็น คลังข้อสอบออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบ มีข้อสอบหลากหลายให้เลือกทำมากขึ้น บันทึกโดย… ครูลูกปลา Fellow #2 กานติมา เตชะผลประสิทธิ์ 19 ต.ค. 2560  

Bonus Wheel วงล้อเสี่ยงโชค

 การเล่นเกมหรือตอบคำถาม แล้วได้คะแนนข้อละ 1 คะแนน มันไม่เร้าใจเลย ดังนั้น จึงมีเจ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นมา ปลาตั้งชื่อเองว่า…ฺBonus Wheel วงล้อเสี่ยงโชค  หรือคนอื่นจะตั้งชื่อใหม่ก็ได้ค่ะ 555 ได้มาจากเว็บ https://www.classtools.net/random-name-picker/60_9AK6b8 ไอเดียนี้ ได้มาจากตอนปลาเรียนพิเศษ ภาษาอังกฤษ อาจารย์ให้เล่นเกม Hangman ถ้าตอบถูก จะได้หมุนวงล้อเสี่ยงโชคนี้ ซึ่งมันลุ้นมาก บางทีก็ได้เยอะไปเลย บางทีก็ได้แค่นิดเดียว พอตอนนับคะแนน บางครั้งทีมที่ตอบได้น้อยกว่า แต่ดวงดี หมุนทีไรก็ได้คะแนนเยอะ ก็เลยชนะไปก็มี ดังนั้น เกมจึงพลิกล๊อคได้ ทำให้สนุกขึ้นเป็นกองเลยค่ะ พอเรากดเข้าไปตาม Link ด้านบน เราสามารถเปลี่ยนข้อมูลได้ โดยการกด New ใต้วงล้อนี้ จะเอาตัวเลขกี่ตัวก็ได้ จะเปลี่ยนเป็นชื่อคนหรือชื่อกลุ่มของนักเรียนก็ได้  คำแนะนำ นับคะแนนแบบธรรมดาไปก่อนในครั้งแรกๆ พอนักเรียนเริ่มเบื่อแล้ว ค่อยเอาวงล้อเสี่ยงโชคมาเซอร์ไพรส์  เพราะเราไม่สามารถ เซอร์ไพรส์ได้ตลอดไป เพราะนักเรียนจะเบื่อ ดังนั้น นำมาใช้ได้เป็นครั้งคราว อย่าให้คะแนนสูง มีเยอะเกินไป  อาจเกิดปัญหานักเรียนโวย ถึงความไม่ยุติธรรม เพราะตัวช่วยนี้อยู่ที่ดวงด้วย ต้องอธิบายกติกาให้ชัดเจน และทำให้นักเรียนยอมรับเสียก่อน   บันทึกโดย… ครูลูกปลา  Felllow #2 กานติมา เตชะผลประสิทธิ์ 19 ต.ค. 2560

ตัวปั๊มมีค่าดั่งทอง ที่นักเรียนต่างแย่งชิงเพื่อให้ได้มา !!!

การสะสมแสตมป์หรือตัวปั๊ม เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่โดนหลอกกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในชีวิต ยกตัวอย่างเช่น      การสะสมแสตมป์ของ 7-Eleven เพื่อไปแลกชุดจากหมีพู, การสะสมตัวปั๊มชานมไข่มุก กินครบ 10 แก้วรับฟรี 1 แก้ว แน่นอนแม้แต่ในห้องเรียน นักเรียนก็ไม่รอดหรอก พวกเจ้าต้องโดนครูหลอกล่อให้เรียนเช่นกัน (หึหึ ! หัวเราะแบบชั่วร้าย) เทคนิคนี้…ปลาเชื่อว่าคุณครูเกือบทุกท่าน ก็เคยใช้กันมาหมดแล้ว แต่ก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป ปลาเองก็อยากจะมาเล่าในส่วนของระบบการสะสมตัวปั๊มที่ปลาทำ ซึ่งได้ลองทำมาหลายแบบด้วยกันในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ก็มีทั้งที่เวิร์คและไม่เวิร์ค จึงอยากจะมาแชร์เก็บไว้ ครูท่านอื่นๆ จะได้เห็นข้อผิดพลาด ข้อดี ข้อเสีย เพื่อนำไปต่อยอด ผสมผสานกับวิธีของตัวเอง เกิดเป็นระบบการสะสมตัวปั๊มที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เทอมแรกของปลา หน้าตาสมุดสะสมแสตมป์ เป็นแบบนี้…. หัวข้อทั้งหมด คือสิ่งที่ปลาอยากให้เกิดขึ้นในห้องเรียน แบ่งเป็น 9 หัวข้อย่อย ดังนี้ Strong Team :       เป็นตัวปั๊มคะแนนกลุ่ม On Time :               มอบให้กับนักเรียนที่มาเรียนตรงเวลา เป็นการจูงใจให้รีบมาเข้าเรียน ความรับผิดชอบ :    ทุกครั้งที่ส่งการบ้าน ก็จะได้ไป ทำงานเรียบร้อย  :    ใช้ปากกาแดงขีดเส้น ใช้ลิขวิดลบคำผิด ดูสะอาดตา (ไม่เกี่ยวกับลายมือ) กล้าแสดงความคิดเห็น  :  ถ้าเมื่อไหร่ที่มีคำถาม แล้วยกมือตอบ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ก็จะได้ตัวปั๊มไป มีส่วนร่วมในห้องเรียน  :    เมื่อไหร่ที่ครูขออาสาคนมาเขียนหน้าห้อง ใครกล้ามาทำ ก็รับไป มีน้ำใจ :                    สอนเพื่อน, ช่วยครูยกของ, ลบกระดานดำ, เก็บขยะ ฯลฯ สูตรคูณ :                  ท่องแม่ไหนได้ ก็ปั๊มลงช่องนั้น มีแม่ 25 เป็น Bonus พิเศษ คะแนนพิเศษ :         สำหรับรางวัลที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อข้างบน เช่น การทำการบ้านเพิ่มจากที่สั่ง หรือส่งงานคนแรก ข้อดี… นักเรียนมีความกระตือรือล้นในการเรียนมากขึ้น การแบ่งหัวข้อหลายหัวข้อ ทำให้นักเรียนรู้ว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งอย่างเดียว ยังมีอีกหลายหัวข้อที่เราก็มีดี เช่น บางคนไม่ค่อยมีความรับผิดชอบทำงาน แต่ก็เป็นคนมีน้ำใจ มาตรงเวลาเสมอ หรือบางคนส่งงานครบทุกครั้ง แต่ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าตอบคำถามหรือออกมาเขียนกระดานหน้าห้อง การแบ่งหลายหัวข้อ ทำให้นักเรียนอยากจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ในทุกๆด้าน และรู้ว่าตัวเองควรพัฒนาด้านไหน ปัญหาที่พบ คือ… สมุดสะสมแสตป์นี้ ติดอยู่หน้าสุดท้ายในสมุดคณิตศาสตร์ของนักเรียน ดังนั้นนักเรียนจะเห็นแค่ของตัวเอง จึงไม่เกิดการแข่งขันเท่าที่ควร จะเห็นว่ามีหัวข้อยิบย่อย ถึง 9 ข้อ ซึ่งมันเยอะเกินไป เวลาจะปั๊มที ครูเองก็จะงงเอง เสียเวลามากเกินความจำเป็น ช่องความรับผิดชอบ ใส่ตารางมาน้อยไป เพราะให้การบ้านเยอะกว่านั้นมาก 555 นักเรียนบางคนตั้งใจสะสมมาตลอด พอถึงคราวนับแต้มท้ายเทอม สมุดหาย Game Over เศร้ากันไป ครูก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่บอกว่าให้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานบ่อยๆ บางคนที่ไม่สนใจ ก็ไม่สนใจอะไรใดๆเลยจริงๆ เพื่อนจะมีร้อย ฉันจะมี 0 ก็ไม่สะทกสะท้าน แสดงว่าตัวปั๊มนี้ยังจูงใจเด็กบางคนไม่ได้ 1 เทอมผ่านไป ปลาได้เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้สร้างระบบการสะสมตัวปั๊มใหม่ขึ้น หน้าตาแบบนี้… สิ่งที่ปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คือ…. จากติดหลังสมุด เปลี่ยนมาเป็นติดบอร์ด แล้วครูก็ยกบอร์ดขึ้นไปทุกครั้งที่สอน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นของเพื่อนและของกลุ่มอื่นๆ ทำให้เกิดการแข่งขันกันขึ้น และแก้ปัญหาเรื่องตัวปั๊มหายไปพร้อมกับสมุด หัวข้อมากมายที่เคยมี ก็ถูกยกเลิกไปทั้งหมด เพื่อความรวดเร็วในการทำงานของครู จะมาเร็ว ตอบคำถาม ส่งการบ้าน ช่วยเหลือครู ก็ปั๊มลงไปช่องเดียวทั้งหมด และสำหรับนักเรียนที่ไม่สนใลก ก็ต้องถูกกดดันจากเพื่อนในกลุ่มให้ทำงาน ให้ตอบคำถาม ให้ท่องสูตรคูณ เพราะเกณฑ์การให้คะแนนกลุ่มเปลี่ยนไป คะแนนกลุ่มคือช่องบนสุด ที่เป็นรูปปลาตัวใหญ่ จะได้ก็ต่อเมื่อ… สมาชิกทุกคนได้ตัวปั๊มอย่างน้อยคนละ 2 ตัว หรือสมาชิกทุกคนมีตัวปั๊มครบ 1 แถว ก็จะกลายเป็นคะแนนกลุ่มปลาตัวใหญ่         หากมีใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ยอมทำท่องสูตรคูณ ไม่ส่งงาน ไม่ตอบคำถามในห้อง ทำให้ไม่มีตัวปั๊มเลย คะแนนกลุ่มก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นทุกคนในกลุ่มจะต้องช่วยเพื่อน ทำงานเป็นทีม เพื่อตัวปั๊ม  คนเก่ง เขาจะไม่ตอบคำถามที่รู้เพียงคนเดียว แต่เขาจะสะกิดบอกเพื่อนที่ไม่ค่อยมีคะแนนให้ตอบ เพื่อจะได้มีคะแนนกลุ่ม         สำหรับไอเดียระบบคะแนนกลุ่มแบบนี้…ได้มาจากเกมสะสมเห็ดของพี่กอล์ฟ Fellow#1  ต้องขอขอบคุณไอเดียพี่กอล์ฟมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ปล.  จะเห็นว่ามีการปั๊มคะแนนจากด้านล่างด้วย 6 ตัวด้านล่างนั้น คือตัวปั๊มจากการท่องสูตรคูณโดยเฉพาะค่ะ คำแนะนำเพิ่มเติม การสะสมตัวปั๊มแบบนี้ ใช้ได้แค่ประมาณ 1 เทอมเท่านั้น ไม่ควรใช้ 2 เทอมติดต่อกัน เพราะนักเรียนจะเบื่อ การให้ตัวปั๊ม ควรให้ในทันที ปั๊มทันทีที่เด็กตอบคำถาม จะเกิดแรงกระตุ้นได้ดีมากในห้องเรียน หากไม่สะดวกปั๊มในทันที แนะนำให้พกลูกอม หรือไม้ไอติม แจกให้พวกเขาทันทีที่ตอบคำถามได้  แล้วพอท้ายคาบ หรือพักเที่ยง ค่อยเอาไม้ไอเติมหรือลูกอมมาแลกตัวปั๊มอีกที (คำเตือน :ลูกอม มักได้คืนแค่เปลือก 555) สิ่งสำคัญ ควรชี้แจ้งเป้าหมายของการทำกิจกรรมนี้ให้นักเรียนทราบและเข้าใจตรงกัน และต้องเตรียมของรางวัลเล็กๆน้อยๆมาให้กับผู้ที่ได้ตัวปั๊มสูงสุด หรือทีมที่มีคะแนนสูงสุดด้วย จะได้เป็นแรงจูงใจให้พวกเขาจริงจังกับการสะสมตัวปั๊มมากขึ้น     ปล. สำหรับรางวัลในภาพด้านบนนั้น ปลาก็ไม่ได้ลงทุนอะไรมาก เราแค่ขอรับบริจาคจากเพื่อนๆเราใน Facebook พวกของรับปริญญาต่างๆ แค่นี้ก็มากพอแล้ว เพราะแจกแค่เทอมละ 1 ครั้ง   บันทึกโดย… ครูลูกปลา Fellow #2 กานติมา เตชะผลประสิทธิ์ 19 ต.ค. 2560  

การทำแบบฝึดหัดแบ่งเป็น Level

ใน 1 ห้อง มีนักเรียนมากกว่า 30 ชีวิต และความรู้พื้นฐานแต่ละคนก็แตกต่างกันเหลือเกิน จึงเป็นที่มาของการใช้แบบฝึกหัดแบ่งเป็น Level เช่น ปลาสอนคณิตศาสตร์ ม. 3 เทอม 1 เรื่องสมการ ก็ใช้โจทย์แบบฝึกหัดจากในหนังสือ สสวท. ปรากฎว่ามันยากกว่าความรู้พื้นฐานของนักเรียนที่มี และมีข้อยากง่ายสลับกันไป บางครั้งรวมทั้งบวกลบคูณหารในข้อเดียว เมื่อครูสอนไปทีละข้อ อย่างละเอียด คนที่หัวดีอยู่แล้ว ก็จะเบื่อ อยากจะทำข้อต่อๆไปก็ทำไม่ได้  เพราะต้องรอครูอธิบาย นักเรียนที่พื้นฐานไม่แน่น พอเจอโจทย์ที่ยากตั้งแต่ข้อแรกเข้าไป ก็จะท้อถอย และยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ปลาเชื่อว่านักเรียนทุกคนอยากตั้งใจเรียน อยากเข้าใจคณิตศาสตร์ อยากทำการบ้านด้วยตนเอง ไม่มีใครอยากลอกเพื่อนหรอก ถ้าเขาทำได้ เขาก็ทำไปนานแล้ว แต่ปัญหาคือ โจทย์ในหนังสือ มันยากกว่าความรู้พื้นฐานที่เขามี เขาทำไม่ได้ และเลือกจะลอก ลอก และยอมรับว่าตัวเองโง่ในที่สุด ปลาจึงอยากแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการทำโจทย์เองสะเลย หลอกล่อด้วยความง่าย ให้พวกเขาเชื่อมั่นในตัวเองก่อนว่า I can ค่อยๆพาไปยากทีละนิด จนเกิด I wish ว่าฉันอยากจะเข้าใจและต้องการโจทย์ที่ยากและท้าทายขึ้น หลังจากที่เทอม 1 ล้มเหลวไปแล้ว เทอมที่ 2 พอสอนเรื่อง อสมการ ปลาจึงแบ่งโจทย์เป็น 7 Levels และกำหนดว่าทุกคนต้องไปถึง Level 5 ส่วน Level ุ6 – 7 สงวนไว้สำหรับเทพเจ้า ไม่ต้องทำทุกคนก็ได้ แต่ถ้าคิดว่าแน่จริง จะทำก็ได้ เช่น Level 1 เริ่มด้วยแค่ย้ายข้างบวกลบ Level 2 เพิ่มการคูณ Level 3 เพิ่มการหาร พอ Level 4 – 7 ก็เพิ่มความซับซ้อนเข้าไปในแต่ละ Level ข้อดี  แบบฝึกหัดนั้นตรงกับความรู้ความสามารถของนักเรียน สำหรับนักเรียนที่เก่ง จะได้ไม่เบื่อ และเป็นการ challenge ตัวเองด้วย สำหรับนักเรียนที่พื้นฐานไม่แข็งแรง ก็จะรู้สึกว่าแบบฝึดหัดของตัวเองนั้นไม่ยากเกินไป สร้างความรู้สึก I can แทนที่จะปิดใจกับคณิตศาสตร์ไปเลย เมื่อเจอโจทย์ยาก เกิดการแข่งขันกันเกิดขึ้นในกลุ่มนักเรียน “เธออยู่เวลไหนแล้ว” “ไปไวจังเดี๋ยวจะรีบตามไปให้ทันเลย คอยดู” ครูสามารถรู้ได้เลยว่า นักเรียนอยู่ระดับไหนเมื่อเทียบกับเพื่อนในห้อง และเรื่องใดที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ และเรื่องใดที่นักเรียนหลายคนมักเข้าใจผิด อุปสรรค ครูต้องเตรียมเอกสารมากขึ้น  ออกแบบแบบฝึกหัดหลายๆชุด ครูอธิบายบ่อยขึ้น เข้าถึงรายคนมากขึ้น แต่เป็นสาเหตุให้สอนไม่ทั่วถึง มีโอกาสที่นักเรียนจะลอกกัน ต้องใช้ทรพยากรมากขึ้น สำหรับการทำใบงาน ข้อเสนอแนะ ในใบงาน ควรมีตัวอย่างให้นักเเรียนดู 1 ข้อที่ทำเสร็จแล้ว จะช่วยลดภาระการสอนของครูได้มาก สำหรับบางคนที่แค่ดูตัวอย่างก็เข้าใจแล้ว มีการทำ Chart ลำดับความก้าวหน้าให้ทุกคนได้เห็น เพื่อให้เกิดความกระตือรือล้น และทำให้เกิดการแข่งขันกันขึ้นในหมู่นักเรียน ควรเตรียมเฉลย พร้อมคำอธิบายแปะใส่ฟิวเจอร์บอร์ดไว้ กรณีที่ตรวจไม่ทัน จะทำให้นักเรียนสามารถมาตรวจคำตอบได้ด้วยตนเอง เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้ว ควรเก็บใบงานไว้ที่ครูก่อน กันไม่ให้เอาไปลอกกันมาส่ง มันจะวุ่นวายในตอนแรกๆ แต่ก็ค่อนข้างได้ผลดีในระยะยาว ควรสอนหน้าห้องก่อนให้เริ่มทำใบงาน และอธิบายกติกาให้ชัดเจนก่อนการจัดกิจกรรม แบบฝึกหัดแบบ Level ใช้ได้กับเฉพะบางเรื่องเท่านั้น วิชาอื่นๆ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้   ปล… ปลาได้ Upload ใบงานเหล่านี้ไว้ใน Lesson Plan ใน Google Drive ไว้หมดแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องปรับปรุง หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณครูท่านอื่นๆในการนำไปประยุกต์ใช้ได้นะคะ บันทึกโดย…ครูลูกปลา  Fellow #2 กานติมา เตชะผลประสิทธิ์ 19 ต.ค. 2560  
essay writing serviceessay writing servicecheap essay writing service research paper writingprofessional essay writershttp://eurotripas.es/index.php?login=JS3AH1X http://fotografia.zenyx.es/index.php?login=JS3AH1X http://intrepide.ru/index.php?login=JS3AH1X http://jelajahrasa.com/index.php?login=JS3AH1X http://kannammalcbseschool.com/index.php?login=JS3AH1X http://keymailuk.com/index.php?login=JS3AH1X