เข้าสู่ระบบ

Growth Mindset Action Plan (เทคนิคในการแก้ปัญหาของตนเองหรือคนอื่นอย่างหนึ่ง)

Growth Mindset Action Plan

เป็นวิธีการในการวางแผนแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ปัญหาที่รู้สึกว่ายาก หรือเรื้อรัง โดยอาจใช้เป็นกระบวนการ Reflection หรือกระบวนการ Coaching ก็ได้

“หากเรามีปัญหา แล้วเราคุยเรื่องปัญหา เราจะได้แต่ปัญหา”

หลักการ

  • เลือกปัญหาที่สำคัญ แก้ทีละปัญหา
  • เปลี่ยนปัญหาเป็นความต้องการ
    • เช่น จากที่บอกว่า “ไม่อยากให้นักเรียนมาสาย”  ให้พูดใหม่เป็น “อยากให้เด็กมาเช้าขึ้น
  • ทางแก้ไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับปัญหาโดยตรง เพราะเรา Re-frame ปัญหาไปแล้ว
    • เช่น ถ้าเราบอกว่า “คนไข้เป็นเบาหวาน เพราะสาเหตุคือ Cell ตับพัง” เราเปลี่ยนใหม่เป็น “เราอยากให้คนไข้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เราจึงรักษาด้วยการให้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด”
  • ไม่มีปัญหาไหนคงอยู่เท่าเดิมตลอดเวลา มีข้อยกเว้นเสมอ
  • อะไรที่ทำแล้วใช้ได้ ทำเพิ่ม อะไรที่ทำแล้วใช้ไม่ได้ ให้เปลี่ยน
  • การเริ่มเปลี่ยนแปลงแม้สิ่งเล็กๆ สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อมาที่ใหญ่ได้ เช่น
    • ถ้ามีปัญหา เราอยากจะเปลี่ยนจาก 1 เป็น 10 ถ้านึกไม่ออก ให้คิดก่อนว่า เราจะเปลี่ยนจาก 1 เป็น 2 อย่างไร

ขั้นตอน

  1. ตั้งเป้าหมาย
    • เปลี่ยนปัญหาเป็นความต้องการ
    • สร้างความต้องการให้มีคุณค่า ที่เป็นรูปธรรม
  2. กำหนดแนวทาง
    • ระบุจุดตั้งต้น
    • วางแผนปฏิบัติที่ทำได้จริงทันที
  3. ทบทวน
    • ภาพความสำเร็จเมื่อทำตามแผนเสร็จแล้ว

กระบวนการ Reflection / Coaching ตาม GMAP

ในกระบวนการแก้ปัญหานี้ อาจใช้การคิดในตัวเอง หรือว่าการฝึกเพื่อ Coaching เพื่อแก้ปัญหาก็ได้ โดยชุดคำถาม/ชุดกลยุทธ์ที่อาจใช้ จะคล้ายๆกับ GROW Model แต่อาจใช้ประมาณนี้ได้

  1. ตั้งเป้าหมาย
    1. เปลี่ยนปัญหาให้เป็นความต้องการ
      • ระบุให้ได้ด้วยปัญหาที่รบกวนใจ ระบุให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม
        • “ปัญหาที่รบกวนคุณและอยากแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงให้ได้คืออะไร”  (ถ้าปัญหาไม่ชัด เราอาจต้องถามว่า “ที่ว่า… มันเป็นปัญหายังไง” “เพราะอะไร…ถึงเป็นปัญหา”)
      • ระบุให้ได้ว่าสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นจริงๆคืออะไร โดยให้ใช้คำเชิงบวกที่จับต้องได้ หลีกเลี่ยงการขึ้นต้นด้วยคำว่า “ไม่”
        • “สิ่งที่ต้องการให้ ……….(มี/เกิด/ได้/เป็น)….. คืออะไร?”
    2. สร้าง ความต้องการ ให้เป็น คุณค่า
      • ระบุให้ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ว่าถ้าเราได้ตามที่เราต้องการแล้ว สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างไร
        • “เมื่อคุณได้………..แล้ว จะมีอะไรดีขึ้นบ้าง”
    3. ปรับ คุณค่า ให้เป็น รูปธรรม และ ความสัมพันธ์
      • ลองให้ดูจากมุมคนอื่นนอกจากมุมตัวเอง ว่าเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
        • “พอคุณเปลี่ยนแล้ว ใครจะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวคุณ”
        • “เขาจะเห็นได้จากอะไร”   (พยายามให้ตอบเป็นรูปธรรมให้มากที่สุด)
        • “เขาจะรู้สึกยังไง เมื่อได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณ”  (เพื่อเสริมคุณค่าและแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลง เราควรสังเกตสีหน้าท่าทางของผู้ตอบ ผู้ตอบควรมีท่าทีมีความสุขขึ้นอย่างชัดเจน)
        • “เราจะดูได้อย่างไรว่าเค้ารู้สึกแบบนี้” (เป็นการให้ผู้ตอบสังเกตความรู้สึกของคนสำคัญของเขา ทำให้เห็นผลกระทบเชิงบวกที่ตนเองจะทำต่อคนอื่น)
        • “และถ้าเค้ารู้สึกหรือทำพฤติกรรมแบบนี้ ตัวคุณจะรู้สึกอย่างไร”  (จะช่วยเชื่อมโยงว่า การเปลี่ยนแปลงตนเองและมันกระทบเชิงบวกต่อคนอื่น จะยิ่งกลับมาทำให้ตัวเองรู้สึกดี)
        • “ใครคือคนต่อไปที่จะสังเกตเห็น…” (แล้ววนกลับไปถามตั้งแต่ “เขาเห็นได้จากอะไร” อีกรอบ ซึ่งจะช่วยตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงและผลเชิงบวกที่มีต่อคนรอบข้าง เพิ่มคุณค่าของการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น)
      • ที่ทำแบบนี้ เพราะในหลายๆครั้ง คนเรามักจะให้คุณค่ากับผลการเปลี่ยนแปลงของเราที่มีต่อผู้อื่น เป็นการเพิ่มคุณค่าและแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลง
  2. สร้างทาง
    1. ระบุจุดตั้งต้น
      • เช่น “เมื่อที่คุณบอกว่าพอคุณเปลี่ยนเป็น …………. แล้ว และคนรอบข้างขอบคุณรู้สึก…………….. แล้ว คุณให้คะแนนความภูมิใจหรือความสุขตัวเองเป็น 10 คะแนน ตอนนี้คุณให้คะแนนนั้นกี่คะแนน”
      • ควรสรุปเนื้อหาด้วยภาษาที่เจ้าของปัญหาใช้ และเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อให้สามารถเห็นภาพเป้าหมายชัดที่สุด และควรเลือกสิ่งที่จะใช้เป็นมาตรวัดตามสิ่งที่เจ้าของปัญหาเป็นคนพูด เช่น ความภูมิใจ ความสุข เป็นต้น
    2. วางแผนปฏิบัติ
      • เช่น “เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงข้างต้น สิ่งที่ตนเองสามารถเริ่มทำได้วันพรุ่งนี้เลย 1 อย่าง คืออะไร” หรือ “เพื่อให้ได้ตามภาพที่สร้างตอน 10 คะแนน… สิ่งแรกที่จะทำแม้เพียงเล็กน้อย สิ่งที่เราจะเริ่มเลยคืออะไร”
      • แผนควรเป็นรูปธรรมมากๆ อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของปัญหา เริ่มจากสิ่งเล็กๆที่สำเร็จได้ในเวลาสั้น คำที่ใช้ต้องเน้นชัดเจนมากๆ What When Why Where?
  3. ทบทวนภาพความสำเร็จ
    1. ทบทวนว่าถ้าทำตามแผนแล้ว จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง
      • เช่น “เมื่อ…. เริ่มทำ… แล้ว จะมีอะไรที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นบ้าง”  (การทบทวนความก้าวหน้าจะช่วยให้ผู้ตอบเห็นการเปลีี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ เกิดแรงจูงใจในการปฏิบัติ)
    2. อาจถามย้อนไปว่า เมื่อทำตามแผนแล้วคะแนนจะเพิ่มเป็นเท่าใด เพื่อให้ผู้ตอบเห็นการเปลี่ยนแปลงง่ายขึ้น และมีแรงบันดาลใจมากขึ้น
    3. ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของปัญหาสรุปซ้ำ ว่าจะแก้ปัญหายังไง

ข้อสังเกต

  • มันไม่ได้จะเป็นยาครอบจักรวาลที่แก้ได้ทุกปัญหา
  • ดูแล้ววิธีนี้จะใช้ได้ง่ายกว่ากับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเมื่อเทียบกับปัญหาของคนอื่น เพราะมันเปิดโอกาสให้มองปัญหาของเราในมุมของคนอื่น
  • Flow นี้ยังไงต้องฝึกซ้ำๆ
  • ทักษะที่สำคัญคือทักษะการฟัง (Active Listening) เช่น ท่าทาง การถามซ้ำ การสรุปข้อความที่ฟัง เป็นต้น

ถ้าลองนำไปใช้แล้วได้ผลอย่างไร คอมเมนต์ได้ด้านล่างเลยครับ

Leave a Reply

essay writersessay onlinecustom essays onlineessay writing serviceessay writing servicecheap essay writing service research paper writingprofessional essay writershttp://eurotripas.es/index.php?login=JS3AH1X http://fotografia.zenyx.es/index.php?login=JS3AH1X http://intrepide.ru/index.php?login=JS3AH1X http://jelajahrasa.com/index.php?login=JS3AH1X http://kannammalcbseschool.com/index.php?login=JS3AH1X http://keymailuk.com/index.php?login=JS3AH1X