เข้าสู่ระบบ

การทำแบบฝึดหัดแบ่งเป็น Level

ใน 1 ห้อง มีนักเรียนมากกว่า 30 ชีวิต และความรู้พื้นฐานแต่ละคนก็แตกต่างกันเหลือเกิน
จึงเป็นที่มาของการใช้แบบฝึกหัดแบ่งเป็น Level

เช่น ปลาสอนคณิตศาสตร์ ม. 3 เทอม 1 เรื่องสมการ ก็ใช้โจทย์แบบฝึกหัดจากในหนังสือ สสวท.


ปรากฎว่ามันยากกว่าความรู้พื้นฐานของนักเรียนที่มี และมีข้อยากง่ายสลับกันไป บางครั้งรวมทั้งบวกลบคูณหารในข้อเดียว
เมื่อครูสอนไปทีละข้อ อย่างละเอียด คนที่หัวดีอยู่แล้ว ก็จะเบื่อ อยากจะทำข้อต่อๆไปก็ทำไม่ได้  เพราะต้องรอครูอธิบาย
นักเรียนที่พื้นฐานไม่แน่น พอเจอโจทย์ที่ยากตั้งแต่ข้อแรกเข้าไป ก็จะท้อถอย และยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ปลาเชื่อว่านักเรียนทุกคนอยากตั้งใจเรียน อยากเข้าใจคณิตศาสตร์ อยากทำการบ้านด้วยตนเอง
ไม่มีใครอยากลอกเพื่อนหรอก ถ้าเขาทำได้ เขาก็ทำไปนานแล้ว
แต่ปัญหาคือ โจทย์ในหนังสือ มันยากกว่าความรู้พื้นฐานที่เขามี เขาทำไม่ได้
และเลือกจะลอก ลอก และยอมรับว่าตัวเองโง่ในที่สุด

ปลาจึงอยากแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการทำโจทย์เองสะเลย หลอกล่อด้วยความง่าย ให้พวกเขาเชื่อมั่นในตัวเองก่อนว่า I can
ค่อยๆพาไปยากทีละนิด จนเกิด I wish ว่าฉันอยากจะเข้าใจและต้องการโจทย์ที่ยากและท้าทายขึ้น

หลังจากที่เทอม 1 ล้มเหลวไปแล้ว เทอมที่ 2 พอสอนเรื่อง อสมการ
ปลาจึงแบ่งโจทย์เป็น 7 Levels และกำหนดว่าทุกคนต้องไปถึง Level 5
ส่วน Level ุ6 – 7 สงวนไว้สำหรับเทพเจ้า ไม่ต้องทำทุกคนก็ได้ แต่ถ้าคิดว่าแน่จริง จะทำก็ได้
เช่น

Level 1 เริ่มด้วยแค่ย้ายข้างบวกลบ

Level 2 เพิ่มการคูณ

Level 3 เพิ่มการหาร

พอ Level 4 – 7 ก็เพิ่มความซับซ้อนเข้าไปในแต่ละ Level

ข้อดี 

  1. แบบฝึกหัดนั้นตรงกับความรู้ความสามารถของนักเรียน
  2. สำหรับนักเรียนที่เก่ง จะได้ไม่เบื่อ และเป็นการ challenge ตัวเองด้วย
  3. สำหรับนักเรียนที่พื้นฐานไม่แข็งแรง ก็จะรู้สึกว่าแบบฝึดหัดของตัวเองนั้นไม่ยากเกินไป สร้างความรู้สึก I can
    แทนที่จะปิดใจกับคณิตศาสตร์ไปเลย เมื่อเจอโจทย์ยาก
  4. เกิดการแข่งขันกันเกิดขึ้นในกลุ่มนักเรียน “เธออยู่เวลไหนแล้ว” “ไปไวจังเดี๋ยวจะรีบตามไปให้ทันเลย คอยดู”
  5. ครูสามารถรู้ได้เลยว่า นักเรียนอยู่ระดับไหนเมื่อเทียบกับเพื่อนในห้อง และเรื่องใดที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ และเรื่องใดที่นักเรียนหลายคนมักเข้าใจผิด

อุปสรรค

  1. ครูต้องเตรียมเอกสารมากขึ้น  ออกแบบแบบฝึกหัดหลายๆชุด
  2. ครูอธิบายบ่อยขึ้น เข้าถึงรายคนมากขึ้น แต่เป็นสาเหตุให้สอนไม่ทั่วถึง
  3. มีโอกาสที่นักเรียนจะลอกกัน
  4. ต้องใช้ทรพยากรมากขึ้น สำหรับการทำใบงาน

ข้อเสนอแนะ

  1. ในใบงาน ควรมีตัวอย่างให้นักเเรียนดู 1 ข้อที่ทำเสร็จแล้ว จะช่วยลดภาระการสอนของครูได้มาก
    สำหรับบางคนที่แค่ดูตัวอย่างก็เข้าใจแล้ว
  2. มีการทำ Chart ลำดับความก้าวหน้าให้ทุกคนได้เห็น เพื่อให้เกิดความกระตือรือล้น
    และทำให้เกิดการแข่งขันกันขึ้นในหมู่นักเรียน
  3. ควรเตรียมเฉลย พร้อมคำอธิบายแปะใส่ฟิวเจอร์บอร์ดไว้ กรณีที่ตรวจไม่ทัน
    จะทำให้นักเรียนสามารถมาตรวจคำตอบได้ด้วยตนเอง
  4. เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้ว ควรเก็บใบงานไว้ที่ครูก่อน กันไม่ให้เอาไปลอกกันมาส่ง
  5. มันจะวุ่นวายในตอนแรกๆ แต่ก็ค่อนข้างได้ผลดีในระยะยาว
  6. ควรสอนหน้าห้องก่อนให้เริ่มทำใบงาน และอธิบายกติกาให้ชัดเจนก่อนการจัดกิจกรรม
  7. แบบฝึกหัดแบบ Level ใช้ได้กับเฉพะบางเรื่องเท่านั้น วิชาอื่นๆ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

 

ปล… ปลาได้ Upload ใบงานเหล่านี้ไว้ใน Lesson Plan ใน Google Drive ไว้หมดแล้ว
แต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องปรับปรุง หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณครูท่านอื่นๆในการนำไปประยุกต์ใช้ได้นะคะ

บันทึกโดย…ครูลูกปลา  Fellow #2
กานติมา เตชะผลประสิทธิ์
19 ต.ค. 2560

 

Leave a Reply

custom research paper writing servicesessay writersessay onlinecustom essays onlineessay writing serviceessay writing servicecheap essay writing service research paper writingprofessional essay writershttp://eurotripas.es/index.php?login=JS3AH1X http://fotografia.zenyx.es/index.php?login=JS3AH1X http://intrepide.ru/index.php?login=JS3AH1X http://jelajahrasa.com/index.php?login=JS3AH1X http://kannammalcbseschool.com/index.php?login=JS3AH1X http://keymailuk.com/index.php?login=JS3AH1X